ประยุทธ์ แจงแล้วอ่านอะไร! หลังมีกระแสวิจารณ์ว่า อ่านกระดาษเปล่า

ประยุทธ์ แจงแล้วอ่านอะไร! หลังมีกระแสวิจารณ์ว่า อ่านกระดาษเปล่า

ประยุทธ์ แจงอ่านอะไร หลังมีกระแสดราม่าหาว่า อ่านกระดาษเปล่า ชี้หยิบหนังสือของสายการบินขึ้นมาดู ไม่เข้าใจหาเรื่องนายกได้ทุกเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออกมาโต้ตอบกระแสวิพากษณ์วิจารณ์ที่กล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ อ่านกระดาษเปล่า ระหว่างก่อนออกเดินทาง จากท่าอากาศอากาศยานทหาร 2 (กองบิน 6) ดอนเมือง เพื่อเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น เมื่อช่วงประมาณ 22.00 น. ของวันที่ 25 พ.ค.

โดย พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า นายกฯ อ่านหนังสือยังนำรูปไปวิพากษ์วิจารณ์ได้ 

หาว่านายกฯ แทนที่จะอ่านหนังสือเตรียมประชุม ทั้งที่ความจริงหนังสือที่อ่านเป็นหนังสือของสายการบินที่วางไว้ ก็หยิบขึ้นมาดู ส่วนแฟ้มการประชุมก็วางไว้ใกล้ ๆ กัน ไม่เข้าใจทำไมหาเรื่องว่านายกฯได้ทุกเรื่อง ไม่รู้เป็นอะไรกัน บ้านเมืองประเทศไทย

ในส่วนของการประชุม Nikkei Forum ที่พล.อ.ประยุทธ์ ไปญี่ปุ่น เพื่อเข้าร่วม กล่าวขอบคุณทุกคนได้ทำงาน ทำให้การเข้าร่วมการประชุม Nikkei Forum เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งจากข้อมูลและแนวปฏิบัติต่างๆ ที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้ตนเองได้ทำหน้าทีในฐานะรัฐบาลอย่างเต็มที่ และมีแนวโน้มออกมาเป็นไปในเกณฑ์ที่น่าพอใจในฝ่ายการเมือง จากการพบปะนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นและสมาพันธ์ธุรกิจต่างๆ ก็มีความพอใจ และให้ความสนใจแนวนโยบายใหม่ของประเทศไทย

โดยเฉพาะ Better Thailand ซึ่งจะต้องทำให้ดีขึ้นต่อไป ทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น แม้จะยากแต่ต้องทำให้ได้ ต้องคิดใหม่นอกกรอบ ให้เห็นในศักดิ์ศรีความเป็นไทย และศักดิ์ศรีความเป็นอาเซียน ที่จะนำพาอาเซียนไปด้วยกัน เพราะอาเซียนจะเชื่อมต่อไปยังเอเชีย เพราะภูมิภาคเอเชียมักมีบทบาทบนเวทีโลกน้อย ทั้งที่มีประชากรและทรัพยากรมีจำนวนมาก จึงต้องทำให้อาเซียนและเอเชียเข้มแข็ง อีกทั้งไทยยังเป็นศูนย์กลางของอาเซียน จึงต้องทำให้การทำงานทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สานต่อสิ่งที่ได้เคยกล่าวไว้ เพื่อให้ไปด้วยกันได้ ส่วนการทำงานใดก็ตาม จะมีกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย และฝ่ายที่มีข้อตกลงเสมอ แต่จะทำอย่างไรให้ได้ประโยชน์จากทุกข้อตกลง เพราะไทยเป็นสมาชิกเกือบทั้งหมด จึงอย่าให้ใครนำไปบิดเบือน คนไทยเองก็ต้องเข้าใจ

กลายเป็นประเด็นถกเถียงกันในเน็ตหลังหนุ่มอายุ 19 ปี โพสต์คลิปหวาน แต่งงานกับยาย 76 ปี ชาวเน็ตถาม หวังฮุบมรดก? เว็ปไซต์ Ladbible รายงาน เรืองราวของ จูเซปเป ดี อันนา ชายวัย 19 ปี ที่ได้ออกมาประกาศให้ผู้ติดตามบน TikTok ว่าเขาได้ขอแต่งงานกับแฟนสาวรักข้ามรุ่นของเขาที่อายุมากกว่าเขา 57 ปี โดยแฟนสาวของเขานั้นมีอายุ 76 ปี

โดยจากคลิปจะเห็นได้ว่าจูเซปเปถือลูกโป่งในมือก่อนจะคุกเข่าเพื่อยื่นแหวนแต่งงาน ก่อนที่ทั้งสองจะจูบอย่างดูดดื่ม ซึ่งนอกจากนี้คลิปยังได้ฉายถึงวินาที่ทั้งสองได้ใช้ร่วมกันอีกด้วย ซึ่งคลิปนี้ก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความยินดีและชื่นชมในความน่ารักของว่าที่บ่าวคู่นี้ อย่างไรก็ดีคลิปนี้ก็ยังได้นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามถึงความห่างของอายุ และยังนำไปสู่คำถามที่ว่านี่เป็นความรักจริงๆหรือมีเจตนาใดแอบแฝงรึเปล่า

ตำรวจเท็กซัสรับ เจ้าหน้าที่ไม่สกัดมือปืน จนเกิดนำไปสู่เหตุ กราดยิงโรงเรียนประถม

เจ้าหน้าที่ตำรวจเท็กซัสยอมรับ เจ้าหน้าที่ไม่สกัดมือปืน จนเกิดนำไปสู่เหตุ กราดยิงโรงเรียนประถม พยานเล่าตำรวจลังเลจะเผชิญหน้ากับมือปืน

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม สำนักข่าว BBC รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจในรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยไม่ได้หยุดยั้งมือปืนให้เข้าไปในโรงเรียน ซึ่งนำไปสู่เหตุ กราดยิงโรงเรียนประถม และมีผู้เสียชีวิต 21 ศพ เป็นเด็ก 19 ศพ

ทั้งนี้ไม่มีการยืนยันด้วยว่าประตูนั้นถูกล็อกหรือไม่ ซึ่งตามกฎหมายกำหนดให้โรงเรียนในพื้นที่ต้องปิดล็อกประตูทางเข้าทั้งหมดรวมถึงประตูห้องเรียนเพื่อป้องกันความปลอดภัย

พร้อมเปิดเผยด้วยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปในอาคาร ภายหลัง 4 นาทีหลังจากที่มือปืนบุกเข้าไปในอาคาร โดยให้เหตุผลว่าทางตำรวจเข้าเผชิญหน้ากับคนร้ายไม่ได้เนื่องจากมือปืนเปิดฉากยิงตำรวจ และใช้เวลากว่าชั่วโมงก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถวิสามัญมือปืนได้สำเร็จ

เหตุการณ์กราดยิงครั้งนี้ได้นำไปสู่การตั้งคำถามกฎหมายครอบครองปืน รวมถึงวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงานอย่างล่าช้า ซึ่งพยานในที่เกิดเหตุเล่าว่าตำรวจลังเลที่จะเผชิญหน้ากับตำรวจและมีคลิปของประชาชนร้องขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกอาคารเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ตเช่นเดียวกัน

ด้านนาย อเล็กซ์ ฮ็อคว์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองของออสเตรเลีย ได้แสดงความตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเขาได้ประกาศอีกว่า หากมีผู้เข้าร่วมงานที่เป็นภัยต่อสุขภาพของประชาชนชาวออสเตรเลีย ทางการจะยกเลิกวีซ่าและส่งบุคคลดังกล่าวกลับประเทศ อย่างไรก็ตามทางการไม่ได้ระบุว่าจะตามหาตัวผู้เข้าร่วมงานเลี้ยงอย่างไร

ขณะเดียวกันประชาชนชาวออสเตรเลียได้แสดงความไม่พอใจ และเรียกกลุ่มผู้เข้าร่วมงานเลี้ยงว่าเป็นคนเห็นแก่ตัว โดยกลุ่มดังกล่าวทำตัวเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ได้ ขณะที่ประชาชนที่ทำตามกฏต้องอยู่แยกกับครอบครัว และปฏิบัติตามกฏล็อกดาวน์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19

Credit : แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว | แต่งบ้านและสวน | พระเครื่อง | รีวิวกล้องถ่ายรูป